Playnance ประกาศส่งเสริมระบบนิเวศเกมบล็อกเชน…สนับสนุนให้ผู้ใช้ Web2 กว่า 1 หมื่นรายเข้าสู่เครือข่าย\n\nบริษัทโครงสร้างพื้นฐานเกม Web3 Playnance หลังจากดำเนินงานแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นเวลาหลายปี ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก บริษัทเน้นย้ำว่าระบบของตนอนุญาตให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับเกมบล็อกเชนโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งกระเป๋าเงินซับซ้อนหรือมีความรู้เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล และสามารถดึงดูดผู้ใช้ Web2 กว่า 1 หมื่นรายเข้าสู่เครือข่ายได้สำเร็จ\n\nPlaynance ซึ่งก่อตั้งในปี 2020 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) เปิดเผยระบบนิเวศเกม Web3 ที่สร้างขึ้น ซึ่งประกอบด้วยเกมที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ เช่น “PlayW3” และ “Up vs Down” และอิงบนระบบกระเป๋าเงินทั่วไปที่สามารถสลับเกมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น\n\nมีบริษัทเกม 30 แห่งเข้าร่วม การดำเนินการบนเครือข่ายประมาณ 1.5 ล้านรายการต่อวัน\n\nPlaynance ขณะนี้ร่วมมือกับสตูดิโอเกมมากกว่า 30 แห่ง โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนเกม Web2 จำนวนมากให้เป็นโครงสร้างบนเครือข่ายอย่างสมบูรณ์ ข้อมูลเกมทั้งหมดบันทึกบนบล็อกเชน แต่ผู้ใช้สามารถเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลหรือยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ที่คุ้นเคยใน Web2 โดยไม่ต้องสร้างกระเป๋าเงินหรือจัดการคีย์กุญแจแยกต่างหาก\n\nแพลตฟอร์มนี้ดำเนินการประมาณ 1.5 ล้านธุรกรรมบนเครือข่ายต่อวัน โดยมีผู้ใช้งานที่ใช้งานอยู่ประจำ (DAU) เกิน 1 หมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้จากสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่คริปโตเคอเรนซีเดิม สิ่งที่น่าสนใจคือ แพลตฟอร์มนี้กำลังขยายตัวโดยอิงจากการเข้าชมที่เน้นผู้ใช้จริง\n\nเน้น “ความใช้งานได้จริงดีกว่าการเก็งกำไร” ขยายตัวบนความต้องการที่แท้จริงของ Web3\n\nซีอีโอ Pini Peter อธิบายว่า “ก่อนเปิดแพลตฟอร์สให้สาธารณะ เรามุ่งเน้นการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้จริงและเสถียรภาพของระบบ จุดสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่แม้แต่ผู้ที่ไม่เข้าใจบล็อกเชนก็สามารถเล่นเกมได้”\n\nPlaynance ยึดมั่นในกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้มากกว่าผู้ลงทุน เน้นความใช้งานได้จริงมากกว่าทางเทคนิค ซึ่งกลยุทธ์นี้สอดคล้องกับแนวโน้มล่าสุดของอุตสาหกรรม Web3 ที่เน้น “การขยายตัวตามความต้องการที่แท้จริง” จริงๆ แล้ว บริษัทระบุว่าการขยายระบบนิเวศจะขึ้นอยู่กับข้อมูลผู้ใช้และตัวชี้วัดประสิทธิภาพ มากกว่าการเก็งกำไร\n\nปัจจุบัน โทเคนระบบนิเวศของ Playnance “G Coin” อยู่ในช่วงพรีเซลบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ\n\nเกม Web3 ที่ไม่มีอุปสรรคด้านเทคนิค แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ของการเป็นที่นิยมในวงกว้าง\n\nกรณีของ Playnance เป็นหลักฐานว่าการเล่นเกมบล็อกเชนไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษของผู้ใช้รายแรกอีกต่อไป เนื่องจากผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ก็สามารถเพลิดเพลินกับเกมบนเครือข่ายได้ คาดว่าอุตสาหกรรมจะเริ่มเห็นการลบเส้นแบ่งระหว่างตลาดเกมเดิมและระบบนิเวศบล็อกเชน\n\nPlaynance ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานเกม Web3 ที่สามารถดำเนินการ “ต่อเนื่องบนเครือข่าย” ได้เอง และกำลังสร้างตัวอย่างการใช้งานจริงที่แข็งแกร่ง มีความเห็นว่าการพัฒนานี้อาจลดอุปสรรคในการเข้าสู่ NFT และสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว และกลายเป็นจุดเปลี่ยนในการแพร่หลายของคนทั่วไป\n\n💡 “เกมก็ขึ้นบนเครือข่าย…แกนกลางของการเปลี่ยนแปลงคือ ‘ความสามารถในการใช้งาน’ หากไม่เรียนรู้ก็จะตามไม่ทัน”\n\nกรณีของ Playnance เป็นจุดเปลี่ยนที่แสดงให้เห็นว่าการทำลายความเชื่อเดิมว่า “Web3 ≠ ความรู้ทางเทคนิค” ได้สำเร็จ โดยไม่ต้องติดตั้งกระเป๋าเงินหรือมีความรู้เกี่ยวกับบล็อกเชน ผู้ใช้ Web2 ที่แท้จริงก็สามารถเปลี่ยนเข้าสู่ระบบบนเครือข่ายได้ และบันทึกธุรกรรมวันละ 1.5 ล้านรายการ เป็นตัวอย่างของการแพร่หลาย Web3 ที่เน้นความต้องการจริง\n\nTokenPost Academy เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นการปฏิบัติจริง เพื่อช่วยให้เข้าใจแนวโน้มบล็อกเชนที่อิงจาก “การใช้งานจริง” และพัฒนาทักษะในการให้ความสำคัญกับความต้องการและข้อมูลมากกว่าทางเทคนิคจากมุมมองการลงทุน\n\nในช่วงที่ 2: The Analyst (นักวิเคราะห์) คุณจะได้เรียนรู้วิธีวิเคราะห์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ในโครงการ จำนวนผู้ใช้ และเศรษฐศาสตร์โทเคน เพื่อประเมินมูลค่าที่แท้จริง\n\nในช่วงที่ 5: The DeFi User คุณจะได้เรียนรู้วิธีใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มอย่าง Playnance หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมถึงสร้างรายได้บนเครือข่าย\n\nระบบนิเวศที่ใช้งานจริงอย่าง Playnance ยิ่งเติบโต โอกาสในการ “สังเกตอะไรและอย่างไรในการสังเกต” ก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น ตอนนี้เป็นเวลาที่จะกลายเป็น “นักลงทุนที่มีความสามารถ” แล้ว\n\n[สมัครเรียนหลักสูตร TokenPost Academy]\n\nรายละเอียดหลักสูตร: ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการวิเคราะห์บนเครือข่าย DeFi, ฟิวเจอร์ส, ออปชัน รวม 7 ระดับ\n\nโปรโมชั่นพิเศษ: กิจกรรมฟรีในเดือนแรก!\n\nลิงก์ตรง: AI ข้อควรระวัง\n\nบทความนี้ใช้โมเดลภาษา TokenPost.ai ในการสรุปเนื้อหา เนื้อหาหลักอาจถูกตัดหรือมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง