บริษัทเป็น Cash Company (บริษัทที่ขายสินทรัพย์จำเป็นในการประกอบธุรกิจไปเกือบทั้งหมด จึงเหลือเพียงเงินสดและหลักทรัพย์ระยะสั้น)
ทำไมต้องเข้าใจเครื่องหมาย CA และตัวย่อท้ายหุ้น?
การทำความเข้าใจเครื่องหมาย CA และสัญลักษณ์ท้ายหุ้นแต่ละตัวมีความสำคัญอย่างสูง เพราะว่า:
เครื่องหมาย CA บ่งบอกถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น - ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล สิทธิในการประชุม หรือหุ้นใหม่ การรู้ว่าจะได้สิทธิหรือไม่ ช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อหุ้นได้อย่างชาญฉลาด
สัญลักษณ์ T ช่วยให้คุณรู้ถึงความเสี่ยง - หุ้นที่ขึ้น T มักเป็นหุ้นที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติและมีการเก็งกำไร การรู้เรื่องนี้ช่วยให้คุณป้องกันตัวเอง
สัญลักษณ์เตือน (H, SP, NC, C) เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง - หากคุณไม่เข้าใจสัญลักษณ์เหล่านี้ คุณอาจจะลงทุนในบริษัทที่มีปัญหาสำคัญโดยไม่รู้ตัว
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
เครื่องหมาย CA กับ 10 สัญลักษณ์ท้ายหุ้น ที่นักลงทุนต้องรู้จัก
เมื่อเข้าไปในแอปพลิเคชันการซื้อขายหุ้น นักลงทุนจะสังเกตเห็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ด้านหลังชื่อหุ้น เช่น CA, XM, XD, XN เป็นต้น เครื่องหมาย CA นี้จริง ๆ แล้ว มีความหมายสำคัญที่ควรทำความเข้าใจก่อนจะตัดสินใจซื้อขายหุ้น เพราะว่า สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าหุ้นกำลังจะเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น
เครื่องหมาย CA คืออะไร: ตัวแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของหุ้น
CA ย่อมาจาก Corporate Action ซึ่งแปลว่า “การดำเนินการของบริษัท” บ่งบอกว่า “หุ้นตัวดังกล่าวกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญภายในระยะเวลา 7 วัน” โดยการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นการแจกปันผล การจัดประชุมผู้ถือหุ้น หรือสิทธิอื่น ๆ ที่บริษัทจะให้แก่ผู้ถือหุ้น
เมื่อคุณเห็นเครื่องหมาย CA ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังชื่อหุ้น คุณสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้เลย จะมีข้อมูลแสดงว่า “เหตุการณ์อะไรกำลังจะเกิดขึ้น” และ “เกิดขึ้นเมื่อไร” นอกจากนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะแสดงสัญลักษณ์ย่อต่าง ๆ บนหุ้นเพื่อให้นักลงทุนเข้าใจอย่างชัดเจน ตัวย่อเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก:
ตระกูล X - เครื่องหมาย “ไม่ได้รับสิทธิ” ที่ต้องระวัง
สัญลักษณ์ท้ายหุ้นตระกูล X เป็นการแจ้งให้นักลงทุนทราบว่า “ถ้าซื้อหุ้นในวันนี้ คุณจะไม่ได้รับสิทธิบางอย่าง” โดยตัว X มาจากคำว่า “Excluding” ความหมายว่า “ไม่รวม” หรือ “ไม่ได้รับ”
XD (Excluding Dividend) - ไม่ได้รับเงินปันผล
เป็นตัวย่อที่พบบ่อยที่สุด หากคุณซื้อหุ้นเมื่อมีการขึ้นเครื่องหมาย XD แสดงว่าคุณจะพลาดสิทธิรับเงินปันผล (การแจกเงินกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น) ในรอบนี้ อย่างไรก็ตาม หากคุณถือหุ้นต่อไปจนกว่าจะมี XD อีกครั้ง คุณก็จะได้รับเงินปันผลในรอบต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ XD:
XM (Excluding Meetings) - ไม่ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
หากคุณซื้อหุ้นเมื่อมี XM ขึ้นมา คุณจะสูญเสียสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นที่ประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของบริษัท
XW (Excluding Warrant) - ไม่ได้รับสิทธิซื้อหุ้น Warrant
Warrant เป็นหุ้นชนิดพิเศษ (หุ้นลูก) ที่ออกโดยบริษัท สามารถแปลงเป็นหุ้นแม่ได้ตามอัตราที่กำหนด ถ้าซื้อหุ้นเมื่อขึ้น XW จะไม่ได้รับสิทธิจองซื้อ Warrant นี้
XS (Excluding Short-term Warrant) - ไม่ได้รับสิทธิ Warrant ระยะสั้น
คล้ายกับ XW แต่นี่คือ Warrant ที่มีระยะเวลาสั้น ๆ
XR (Excluding Right) - ไม่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นใหม่
หากคุณซื้อหุ้นเมื่อขึ้น XR จะไม่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งเป็นสิทธิที่บริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อให้พวกเขาสามารถซื้อหุ้นใหม่ก่อนที่จะเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป บริษัทมักจะออกหุ้นใหม่เหล่านี้เพื่อระดมทุนสำหรับการขยายตัว
XT (Excluding Transferable Subscription Right) - ไม่ได้รับใบสำคัญสิทธิที่โอนได้
XT หมายถึง ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่สามารถโอนสิทธิให้ผู้อื่นได้
XI (Excluding Interest) - ไม่ได้รับดอกเบี้ย
หากหุ้นนั้นมีการจ่ายดอกเบี้ย คุณจะไม่ได้รับดอกเบี้ยในรอบนี้
XP (Excluding Principal) - ไม่ได้รับเงินต้น
เมื่อบริษัทประกาศจ่ายเงินต้นคืน คุณจะไม่ได้รับเงินต้นส่วนนี้
XA (Excluding All) - ไม่ได้รับสิทธิทั้งหมด
XA เป็นตัวย่อที่บ่งบอกว่าคุณจะไม่ได้รับสิทธิใดก็ตามที่บริษัทจะประกาศออกมาในรอบนี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยคลิกเข้าไปดู
XE (Excluding Exercise) - ไม่ได้นำตราสารสิทธิไปแปลงหุ้น
ถ้าคุณถือตราสารสิทธิ คุณจะไม่สามารถแปลงเป็นหุ้นอ้างอิงได้ในวันนี้
XN (Excluding Capital Return) - ไม่ได้รับเงินคืนจากการลดทุน
การลดทุนเป็นกระบวนการที่บริษัทลดเงินทุนลงเพื่อปรับสมดุลฐานะทางการเงิน โดยเฉพาะบริษัทที่มีขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน ถ้าซื้อหุ้นเมื่อขึ้น XN จะไม่ได้รับเงินคืนจากการลดทุนนี้
XB (Excluding Other Benefit) - ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
XB ใช้สำหรับหลักทรัพย์ชนิดอื่น เช่น หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นสามัญที่จัดสรรจากการเสนอขายให้คนทั่วไป หรือหลักทรัพย์จากบริษัทในเครือ
ตระกูล T - เครื่องหมาย “ระวัง! เก็งกำไรหนัก”
เครื่องหมายท้ายหุ้นตระกูล T ปรากฏเมื่อหุ้นมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการเก็งกำไรสูง ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงออกมาตรการเพื่อจำกัดการซื้อขายที่บ้าคลั่ง โดยมีระดับต่าง ๆ ดังนี้:
T1 (Trading Alert Level 1) - ระดับเตือนแรก
หุ้นตัวนี้จะต้องซื้อด้วยบัญชี Cash Balance (เงินสดจริง) เท่านั้น ห้ามใช้เงินยืมหรือใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เครื่องหมายนี้จะคงอยู่ประมาณ 3 สัปดาห์
T2 (Trading Alert Level 2) - ระดับเตือนสอง
ถ้าหุ้นที่มี T1 ยังคงเข้าเกณฑ์การจำกัดหลังจากประกาศมาได้ไม่เกิน 1 เดือน จะถูกยกระดับเป็น T2 นอกจากต้องซื้อด้วย Cash Balance แล้ว คุณยังห้ามนำหุ้นตัวนี้มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ด้วย
T3 (Trading Alert Level 3) - ระดับเตือนสูงสุด
ถ้าหุ้นที่มี T2 ยังคงอยู่ในเกณฑ์นี้เพิ่มเติมอีก ก็จะถูกยกระดับเป็น T3 ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่เข้มงวดที่สุด คุณต้องซื้อด้วย Cash Balance เท่านั้น ห้ามใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และสำคัญที่สุดคือ ห้ามหักกลบ (Settlement)
การห้ามหักกลบหมายความว่า ถ้าคุณซื้อหุ้นด้วยเงิน 10,000 บาทแล้วขายออกไป ตามปกติอำนาจการซื้อจะกลับมาให้คุณในวันเดียวกัน แต่หากเป็นหุ้น T3 อำนาจการซื้อจะคืนมาในวันพรุ่งนี้แทน ซึ่งช่วยป้องกันการซื้อขายแบบหลายรอบในวันเดียว
หมายเหตุเกี่ยวกับบัญชี Cash Balance: บัญชีนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เพราะว่าสามารถใช้จ่ายได้เท่ากับจำนวนเงินที่มีในบัญชี ทำให้สามารถควบคุมวงเงินการลงทุนได้ดีกว่า และลดความเสี่ยงจากการใช้เงินยืมหรือการมี Margin Call
สัญลักษณ์เตือนความเสี่ยง: ให้ความระมัดระวังในการลงทุน
กลุ่มหนึ่งของเครื่องหมายท้ายหุ้น ที่ใช้เพื่อเตือนให้นักลงทุนระวัง และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
H (Trading Halt) - หยุดการซื้อขายชั่วคราว 1 รอบ
หุ้นจะหยุดการซื้อขายเพียงแค่ 1 รอบการซื้อขาย (ในวันหนึ่งมี 2 รอบ คือรอบเช้าและรอบบ่าย) สาเหตุอาจมาจากข่าวออกมาแต่บริษัทยังไม่ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเป็นทางการ
SP (Trading Suspension) - หยุดการซื้อขายชั่วคราว หลายรอบ
ต่างจาก H ตรงที่ SP อาจหยุดการซื้อขายเกินกว่า 1 รอบ สาเหตุคล้ายกับ H เช่น มีข่าวออกมา บริษัทยังไม่ได้ประกาศเป็นทางการ หรือบริษัทล่าช้าในการส่งงบการเงิน
NP (Notice Pending) - รอการแจ้งเตือนจากบริษัท
หมายถึง บริษัทมีเรื่องราวสำคัญที่ต้องรายงานให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบ แต่ยังไม่ได้ส่งรายงานเข้ามา เมื่อบริษัทส่งรายงานเรียบร้อยแล้ว เครื่องหมาย NP จะเปลี่ยนเป็น NR
NR (Notice Received) - ได้รับการแจ้งเตือนแล้ว
บ่งบอกว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการชี้แจงรายละเอียดจากบริษัทอย่างครบถ้วนแล้ว
NC (Non-Compliance) - ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์การจดทะเบียน
หุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย NC เมื่อบริษัทกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การเพิกถอนจากตลาด เช่น ขาดทุนอย่างมากเป็นระยะเวลายาวนาน หรือไม่ส่งงบการเงินเป็นเวลานาน บริษัทจะได้รับเวลา 1 ปีในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้
ST (Stabilization) - รักษาเสถียรภาพราคาหุ้น
หุ้นที่ขึ้น ST บ่งบอกว่าบริษัทกำลังพยายามรักษาเสถียรภาพของราคา วิธีทั่วไปคือการทำ “Greenshoe” ซึ่งบริษัทจะออกหุ้น IPO (หุ้นที่ออกมาเป็นครั้งแรกต่อสาธารณชนเพื่อจดทะเบียนในตลาดหุ้น) เกินกว่าจำนวนที่กำหนด แล้วใช้หุ้นส่วนที่เกินนี้ประคองราคา เพื่อไม่ให้หุ้น IPO ลดลงต่ำกว่าราคาหลักในช่วง 30 วันแรก
C (Caution) - เตือนให้นักลงทุนระวัง
เมื่อหุ้นขึ้น C แสดงว่าบริษัทมีปัญหาเกี่ยวกับฐานะการเงินหรือการดำเนินการ มีความเสี่ยงสูง บริษัทจะต้องเข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้ถึงจะขึ้น C:
ปัญหาฐานะการเงิน:
ปัญหาเกี่ยวกับงบการเงิน:
ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ:
ทำไมต้องเข้าใจเครื่องหมาย CA และตัวย่อท้ายหุ้น?
การทำความเข้าใจเครื่องหมาย CA และสัญลักษณ์ท้ายหุ้นแต่ละตัวมีความสำคัญอย่างสูง เพราะว่า:
เครื่องหมาย CA บ่งบอกถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น - ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล สิทธิในการประชุม หรือหุ้นใหม่ การรู้ว่าจะได้สิทธิหรือไม่ ช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อหุ้นได้อย่างชาญฉลาด
สัญลักษณ์ T ช่วยให้คุณรู้ถึงความเสี่ยง - หุ้นที่ขึ้น T มักเป็นหุ้นที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติและมีการเก็งกำไร การรู้เรื่องนี้ช่วยให้คุณป้องกันตัวเอง
สัญลักษณ์เตือน (H, SP, NC, C) เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง - หากคุณไม่เข้าใจสัญลักษณ์เหล่านี้ คุณอาจจะลงทุนในบริษัทที่มีปัญหาสำคัญโดยไม่รู้ตัว
เครื่องหมาย CA นั้นเป็นเพียงตัวเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อคุณคลิกเข้าไปดู จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏให้เห็น โดยมักแสดงเป็นตัวย่อต่าง ๆ การทำความเข้าใจถึงความหมายของตัวย่อเหล่านี้จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนทุกคน เพื่อให้สามารถลงทุนในหุ้นได้อย่างมั่นใจและเข้าใจผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น