العقود الآجلة
وصول إلى مئات العقود الدائمة
TradFi
الذهب
منصّة واحدة للأصول التقليدية العالمية
الخیارات المتاحة
Hot
تداول خيارات الفانيلا على الطريقة الأوروبية
الحساب الموحد
زيادة كفاءة رأس المال إلى أقصى حد
التداول التجريبي
مقدمة حول تداول العقود الآجلة
استعد لتداول العقود الآجلة
أحداث مستقبلية
"انضم إلى الفعاليات لكسب المكافآت "
التداول التجريبي
استخدم الأموال الافتراضية لتجربة التداول بدون مخاطر
إطلاق
CandyDrop
اجمع الحلوى لتحصل على توزيعات مجانية.
منصة الإطلاق
-التخزين السريع، واربح رموزًا مميزة جديدة محتملة!
HODLer Airdrop
احتفظ بـ GT واحصل على توزيعات مجانية ضخمة مجانًا
منصة الإطلاق
كن من الأوائل في الانضمام إلى مشروع التوكن الكبير القادم
نقاط Alpha
تداول الأصول على السلسلة واكسب التوزيعات المجانية
نقاط العقود الآجلة
اكسب نقاط العقود الآجلة وطالب بمكافآت التوزيع المجاني
لماذا يجب أن نفهم "الاقتصاد الكافي" في هذا العصر
ถ้าคุณเคยสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงพูดถึง “เศรษฐกิจพอเพียง” บ่อยครั้ง ระบบคิดนี้ที่คิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหาจริงของประชาชน ไม่ใช่แค่ปรัชญาทฤษฎี แต่เป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่ทำให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจของตลาด หรือกำพร้อของสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอก
เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไรจริงๆ
เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่การใช้ชีวิตแบบลดหลั่น หรือการทำทุกอย่างด้วยตัวเองแบบออฟกริด คำว่า “พอเพียง” ที่ว่านี้มีความหมายเชิงลึก คือ การทำให้เกิดความสมดุลในการดำเนินชีวิต ไม่เกิน ไม่ขาด พออีกเกบไว้สำหรับยุคเฉพาะหน้า
ถ้าอธิบายให้ชัด ระบบนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐาน 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ เศรษฐกิจพอเพียง กลายเป็นทฤษฎีที่สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้:
3 ห่วงของพอเพียง:
2 เงื่อนไขสำคัญ:
ตั้งแต่ไหนถึงไหน กรอบแนวคิดนี้จึงเกิดขึ้น
เรื่องราวของ เศรษฐกิจพอเพียง เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2517 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านเน้นให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความพอมี พอกิน พอใช้” ว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ
บริบทของสถานการณ์ในช่วงนั้น ประเทศไทยกำลังใช้เงินกู้จากต่างประเทศมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม ต้องชำระหนี้ด้วยการส่งออกสินค้าเกษตร ผลก็คือ ประชาชนขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างไม่มีการวางแผน ป่าถูกบุกรุก ความเหลื่อมล้ำรายได้เพิ่มมากขึ้น
ครั้งแรก ท่านเตือนสติให้สังคมปฏิบัติตามทางสายกลาง บอกว่า “…เศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวต้องผลิตอาหารของตัวเอง แต่ว่าในหมู่บ้าน ในอำเภอ ต้องมีความพอเพียง บางสิ่งผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายไม่ห่างไกล ไม่เสียค่าขนส่งมากนัก…”
ต่อมา เมื่อวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ประเทศไทยเผชิญกับความวิบัติทางเศรษฐกิจ กรอบแนวคิดนี้ถึงกับได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คนเริ่มเข้าใจว่า การสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้มั่นคง ไม่ใช่เรื่องของการขยายตัว หรือการแข่งขันกับประเทศอื่น แต่เป็นเรื่องของการสร้างการป้องกันภัยให้กับตัวเองก่อน
UN ยกย่องกรอบแนวคิดนี้ และยอมรับเป็น Sustainable Development Goals
ในปี พ.ศ. 2549 องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่าเป็น “Developer King” และพิจารณาว่า เศรษฐกิจพอเพียง นั้นสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก (Sustainable Development Goals) ซึ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ส่งผลลบต่อคนรุ่นอนาคต
จากทฤษฎี มาบ้านการปฏิบัติจริง
ในภาคเกษตร
การทำนาสวนผสม - แทนการปลูกแค่ข้าว หลายครัวเรือนเลือกผสมผสาน ปลูกผักสวนครัว ขุดสระเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ เมื่อเกิดภัยแล้ง ก็ยังมีผลผลิตจากอื่น ๆ รับมือได้
การเกษตรตามทฤษฎีใหม่ - วิธีการแบ่งที่ดินและเวลา ออกเป็น 3 ขั้นตอน:
ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตาม เศรษฐกิจพอเพียง จะ:
ทำไมเราถึงต้องปฏิบัติตาม เศรษฐกิจพอเพียง ในชีวิตประจำวัน
การนำกรอบแนวคิดนี้มาใช้ ไม่ใช่การพลิกโฉมชีวิตให้เปลี่ยนไปเลย แต่เป็นการปรับเปลี่ยนจิตสำนึกและวิธีคิด:
มองกระยะไกล เศรษฐกิจพอเพียง คือตัวเชื่อมไปสู่ความยั่งยืน
ที่สำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง คือ หลักการนี้ไม่ได้ จำกัดเพียงภาคเกษตร แต่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็น:
ความสำคัญ คือ ทุกภาคส่วนต้องยึดหลักทางสายกลาง ไม่ล่อใจ ไม่ประมาท เศรษฐกิจพอเพียง จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกันไปได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เคยครั้งหนึ่ง แต่เป็นการสร้างความมั่นคง ที่ยืนยาวไปในอนาคต